สวัสดีค่ะ
 
ว่าจะอัพรีวิว Road to ninja มาตั้งแต่กลับมาถึงใหม่ๆ
 
แต่ได้ข่าวว่าเค้าจะฉายที่ไทยแล้ว...เลยกะว่าอัพพร้อมกันหลังดูรอบสองเลยดีกว่า
 
ตอนแรกสุดเราได้ตั๋วรอบปฐมทัศน์มาจากเพื่อนค่ะ(เธอไปเล่นเกมเพื่อเอาตั๋วให้เราโดยเฉพาะ...ซึ้งจัง♥)
 
แต่ด้วยความว่ามันดึกและไปกลับลำบาก เลยตัดใจไป
 
ท้ายที่สุด เป็นว่าได้ไปดูมาเมื่อวานค่ะ ^^!
 
 
*คำเตือน*เอนทรี่นี้มีรูปตกค้างจากญี่ปุ่นอยู่ค่ะ โหลดหนักนะคะ!
 
 
 
ก่อนอื่นจะเล่าให้ฟังก่อนถึงช่วงที่มูฟวี่นี้ถูกโปรโมทขึ้นที่ญี่ปุ่น
 
ข่าวนี่จะหาดูได้ตามนิตยสารแจกฟรีที่ลอว์สัน...ซึ่งดิชั้นก็ไปหยิบมาประจำเพื่อตัดเก็บ
 
 
 
 
อันนี้เป็นภาพรวมของสแครปที่สะสมมาจากหลายเล่มมาก คิดๆดูแล้วอาจจะโรคจิต...แบบว่าไล่ตัดมา
 
แต่ว่าทำไปด้วยใจรักค่ะ อย่าได้แคร์ ♥(หัวเราะ)
 
 
โฆษณาพวกนี้ โดยมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจองตั๋วล่วงหน้าค่ะ
 
คือถ้าจองล่วงหน้ากับลอว์สันแล้ว คุณจะมีสิทธิ์ออเดอร์พวกของพรีเมี่ยมเล็กๆน้อยๆ
 
มันไม่ฟรีนะคะ จองได้สองแบบ คือตั๋วพร้อมพวงกุญแจนารุโตะ-มินาโตะ
 
กับตั๋ว พร้อมไพ่นารุโตะ ราคาจะต่างกันค่ะ คือ ไพ่นั้นแพงกว่า
 
วันที่จองนั้นคือวันที่ 30 มิถุนาเมื่อปีก่อนค่ะ
 
 
 
เสด็จออกจากร้านมา ก็ได้ตั๋วใบแบบนี้ออกมาค่ะ จริงๆมี 2 ใบ
 
อีกใบเอาไปรับของพรีเมี่ยมที่จะกล่าวถึงทีหลังนะคะ ^^
 
ถัดจากนั้นก็รอ....หนังเข้าจริง 28 กรกฎาฯค่ะ ระหว่างนั้นดิชั้นก็ยังทำตัวจิตๆ...เดินเก็บใบนู่นนี่ไปทั่ว
 
(ทำตัวไม่น่าไว้ใจ?)
 
 
พอซักระยะก่อนหนังเข้าจริง มันก็มีแผ่นโปสเตอร์หนังแบบนี้ออกมาค่ะ
 
 
 
ภาพนี้ถ่ายต่อกัน 2 ใบ ทางซ้ายเป็นด้านหลัง ทางขวาเป็นด้านหน้าค่ะ
 
อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโรงหนังญี่ปุ่นที่เราชอบมากกกกก คือมันมีไอ้แบบนี้แจกเสมอไม่ว่ากับหนังอะไร
 
ที่โรงเรียนของเราเอง ตรงทางเข้าห้องสมุดก็มักมีโปสเตอร์หนังแบบนี้แปะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามเวลา
 
มันน่าสนใจ และอาจารย์ห้องสมุดดูมีความสุขกับการทำงาน ไม่ต้องแอบนั่งฟังวิทยุอยู่ในมุมมืด กร๊ากกกกก
 
 
ตามถนนหนทางก็โปรโมทกันครึกครื้นนะคะ
 
 
 
ภาพนี้เป็นถนนตรงรถใต้ดินแถวอุเมะดะในโอซาก้า
 
เราถ่ายมาเองด้วยกล้องมือถือ จำไม่ได้ว่ารถเส้นไหนเพราะตอนนั้นเพิ่งจะไปอุเมะดะครั้งที่ 2 เอง
 
เดินๆอยู่กับรุ่นพี่ เค้าก็พาเรามุดโน่นขึ้นนี่ แต่พอมาถึงตรงนี้เราก็ขอหยุดดูก่อน....อาการกำเริบทีเดียว(หัวเราะ)
 
 
 
ตัดรูปมาเทียบนะคะ ลายเสาก็ประมาณนี้แหละค่ะ มูฟวี่นี้จะว่าไปขายครอบครัววีรบุรุษ บร๊ะ!
 
 
 
 
ส่วนเสาต้นนี้ลงโฆษณาของแจกให้กี่คนแรกก็ไม่รู้แหละที่ไปดูหนัง...จำไม่ได้แล้ว
 
บอกว่าเป็น Special DVD Motion comic กับสัมภาษณ์อาจารย์คิชิโมโตะ
 
ความรู้สึกตอนนั้น...ก็กระหยิ่มใจลึกๆๆๆๆว่า ตรูจองตั๋วแล้ววววววว ยังไงก็ได้เหอะไอ้ดีวีดีเนี่ย กร๊ากกกกกกก
 
 
 
นอกจากเสาใต้ดินเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีพวกโฆษณาของรถไฟด้วยค่ะ
 
อันนี้ที่เราเจอมาเป็นของรถไฟฮันคิว (Hankyuu- 阪急) ที่มันวิ่งอยู่ในคันไซ
 
ชีวิตเราส่วนมากฝากไว้กับรถสายนี้ ความเห็นส่วนตัวคือชอบมันมากกว่า JR...
 
สงสัยเราจะเข็ดที่เคยนั่ง JR แล้วมันเลท//นอกเรื่อง
 
 
 
กลับเข้ามาค่ะ...นี่คือแผ่นโฆษณาของฮันคิว
 
จริงๆมันก็โฆษณาตัวเองไปด้วย เพราะแผ่นพับนี้เหมือนกับแผ่นสะสมแสตมป์
 
ด้านในเป็นแบบนี้ค่ะ
 
 
ประมาณว่าถ้าสะสมได้3ใน5ของแต่ละหน้าแล้วส่งไปแลกรางวัลได้แบบที่เห็นข้างล่างกรอบขวาค่ะ
 
แล้ว...จะไปเอาแสตมป์ที่ใด?
 
คำตอบคือตามสถานีต่างๆของฮันคิวค่ะ
 
ก็คือ แกต้องนั่งรถไฟฉัน แล้วแกจะได้แสตมป์
 
 
 
อันนี้บอกว่า ให้ไปเอาที่สถานีนิชิโนมิยะของรถไฟฮันชิน(สองฮันนี้เครือเดียวกันนะคะ...รู้สึกว่านะ)
 
 
 
เอ่อ...ชั้นไม่ถ่อไปหรอกนะ ธุระก็ไม่มี
 
จิ๊กกระดาษแกมาอย่างเดียวละกัน หึๆๆๆๆๆ
 
 
 
 
อะแฮ่ม...จากนั้นเราก็รอเวลาไปเรื่อยๆค่ะ...ใจเต้นตึกตัก...เมื่อไหร่หนังจะเข้าหนอ?
 
แต่แล้ว...มันก็มี Happening เกิดขึ้น!!
 
เพราะเด็กแลกเปลี่ยนเรามีหน้าที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม...
 
ใครที่คิดว่าจะไปทำตัวบ้าบอเที่ยวแหลก ช้อปแหลกนี่ขอเตือนด้วยความหวังดีเลยนะ คุณไม่ต้องไป รอไปทัวร์เองอย่างนั้นดีกว่า
ไม่ขายหน้าด้วย เป็นเด็กแลกเปลี่ยนอย่าคิดแต่หาเรื่องเที่ยวเล่นนะคะ มันผิดจุดประสงค์ เราต้องเล่นบ้างจริงบ้าง อย่าให้คนไทยคนอื่นๆได้อาย เข้าใจ๊?
 
 
ผู้ดูแลก็เลยโทรนัดเราให้ไปเข้าพิธีชงชาในวันแรกที่หนังฉาย
 
 
 
 
 
 
ผ่างงงงงง...!!!!!!!
 
เหมือนสวรรค์ล่ม (หัวเราะแห้งๆ)
 
แต่ไม่เป็นไรค่ะ เราใจสู้
 
ก็เขานัดบ่าย สถานที่ก็ไม่ไกลจากห้างที่กะจะไปดูหนังด้วย
 
งั้นตื่นเช้า ไปไว ดูไว เสร็จไว ชงชาสบายใจ!
 
โฮสต์ก็โอเค...เอาเหอะ เอ็งจะทำอะไรก็ทำ ไปให้ทันนัดล่ะ
 
...เด็กแลกเปลี่ยนตัวน้อยคนนี้ก็รับปากขันแข็ง...ไปนั่งรอโรงหนังเปิด...
 
แต่แล้ว...Happening ที่ 2 มันก็กระโจนเข้าใส่ค่ะ...
 
 
 
 
 
 
อิชั้นลืมเอาตั๋วที่จองที่ลอว์สันมาจองเป็นตั๋วจริวก่อนวันฉาย
 
 
โห...
 
 
เจ็บนะเนี่ย...
 
 
ก็คนมันไม่รู้นี่นา TT
 
 
 
 
สรุปว่าหลังจากนั้นก็เดินเล่นในห้าง ซื้อขนมปังลอว์สัน(อีกแล้ว)กินเป็นมื้อกลางวัน แล้วก็ไปชงชาค่ะ
 
 
ก่อนจะออกมาจากตรงโรง ก็จัดการบุ๊คตั๋วใหม่อีกรอบ...
 
 
และได้ไปดูจริงในวันที่ 30 ค่ะ Embarassed!
 
พอวันจริงมาถึงปุ๊บ เราก็ไปก่อนเวลา...เพื่อไปซื้อของ
 
คือมันจะมีร้านของโรงหนังเล็กๆอยู่ เอาไว้ขายพวก goods ของหนังที่กำลังฉาย
 
ความที่มันเยอะ ตาลายมาก ก็เลยได้มาแค่ 3 อย่างค่ะ
 
 
2 ชิ้นแรกคือนี่
 
 
เป็นแผ่นรองเขียนกับเหรียญนารุโตะ
 
แผ่นรองเขียนเนี่ยซื้อเพราะอยากได้เจ๊ค่ะ (หัวเราะ)
 
คนอะไรน่ารักกกกก 
 

 
ด้านหลังแผ่นรองเขียนค่ะ ชอบภาพนี้มากเป็นพิเศษ บรรยากาศน่ารัก (หัวเราะ)

 

 
ส่วนเหรียญนั้น ข้างหน้าเป็นนารุโตะ ข้างหลังเป็นมินาโตะค่ะ
 
สมแล้วที่งานนี้กะขายคนบ้านนี้ (หัวเราะ)
 
 
ชิ้นสุดท้ายที่ซื้อก่อนเข้าโรงและประทับใจมากคือชิ้นนี้ค่ะ

 
 
 
 
...ว่าไงดี...เป็นเหมือนหนังสือรวมข้อมูลเกี่ยวกับมูฟวี่ตัวนี้ค่ะ
 
เนื้อหาข้างในก็มีหลากหลาย มีบทสัมภาษณ์ ภาพร่างและภาพจากภาพยนตร์บางส่วน

 
 
 
 
 
ส่วนรูปบนนี่ คือตั๋วจริงๆที่ใช้เข้าโรงได้ ณ วันนั้นค่ะ
 
 
 
ยังจำ DVD ที่แจกพวกคนกลุ่มแรกๆ(จำไม่ได้ว่ากี่คน?) ที่เข้าไปดูมูฟวี่ได้มั้ยคะ?
 
เราอยากได้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
แต่อย่างว่า ด้วย 2 Happening ที่เกิดขึ้น ทำให้เราตัดใจ เอาวะ อย่างน้อยยังได้ซื้อของ
 
ถึงกับโทรบอกพี่คนนึงที่ไปดูกับคนรู้จักแล้วได้มา 2 แผ่นว่า ยังไงถ้าคนรู้จักพี่เค้าจะขาย บอกหนูก่อนนะหนูซื้อ
 
พี่เค้าก็ให้กำลังใจ...เอาน่า ความรักที่เรามีต่อเรื่องนี้มันมีอยู่จริงนะ...เชื่อในเทพเจ้านารุโตะเข้า
 
 
จริงค่ะ...คุยกันแบบนี้จริงๆ(หัวเราะ) แบบ ตั้งแต่กลับจากชงชามาเรางี้แทบนั่งภาวนา
 
ด้วยแรงเทพนารุโตะ วิธีไหนลูกไม่สนขอให้ลูกได้แผ่นนั้นมาเต๊อะ!!!!!
 
 
 
 
 
 
แล้วเทพนารุโตะก็ได้ยินเสียงเราาาาาาาา!!!!!!
 
 
เพราะสุดท้าย.....ไอ้ที่แจกหน้างานมันยังเหลืออออออออออออ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
 
อยากจะเต้นมันรอบโรงแต่กลัวตำรวจมาจับแล้วตอนนั้นไม่ได้พกบัตรต่างด้าว(หัวเราะ)
 
 
หน้าตาของขวัญที่เทพประทานเป็นแบบนี้ค่ะ
 
 
 
 
อันนี้ตัดภาพรวมมาเป็นภาพเดียวนะคะ
 
ซ้ายปกหน้ากับขวาปกหลัง
 
 
 
 
คลี่ออกมาจะเป็นแบบนี้ ส่วนทางขวาคือการ์ดเกมค่ะ เป็นของที่ไม่ได้ทำขายปกติ
 
การ์ดชุดนี้เราก็มีอยู่บ้าง แต่อย่างว่า จริงๆไม่ค่อยมีโอกาสได้ช้อปเลยมีไม่เยอะ(หัวเราะ)
 
อา...แอบคิดว่าวิธีมันช่างฉลาด คือต่อให้สะสมการ์ดให้ตายแค่ไหน ถ้าไม่มาดูเรื่องนี้ไงๆก็คงอด...
 
อืม........
 
 
 
 
ส่วนนี่เป็นหน้าตาของแผ่นค่ะ
 
บอกให้ฟังก็ได้ว่าตัว Motion comic อ่ะ มีประมาณ...5 นาที?
 
ไม่ก็สั้นกว่านั้น? ประมาณว่านำเข้าสู่ตัวเมนูค่ะ
 
หลักๆก็คือเป็นคุยๆกับอาจารย์
 
ถึงอย่างนั้นก็ปลื้มใจสุดๆ Motion comic มันสวยมากกกกกWink
 
 
 
วิจารณ์และเนื้อหาอะไรจะขอสรุปทีหลังนะคะ จะขอรีวิวพวกของอีกนิดหน่อย ^^"
 
อดทนกันอีกนิดนะคะ
 
 
 
ค่ะ...เป็นว่ามูฟวี่นั้น เราก็ได้ดูไปที่ญี่ปุ่นแบบเต็มอิ่ม
 
ว่าไปแล้วช่วงนั้นตามร้าน HMV ที่ขายพวกแผ่นๆก็มีของแถมนะคะ
 
 
 
 
ตอนนั้นหนังมันเข้าแบบ 10 วันหลังแผ่น Greatest Hits ออก เค้าเลยเอาสติกเกอร์เหลืองมาแปะ...
 
คุณซื้อแผ่นนารุโตะ คุณได้สติกเกอร์นารุโตะ!
 
เราก็สอยไอ้ Greatest Hits มาพร้อมกับสติกเกอร์ซะเลย
 
 
 
 
 
จริงๆตอนแรกเฉยๆอ่ะ ช่วงนั้นค่าเงินก็แพง เสื้อก็อยากได้ อยากอ่านมังงะ
 
แต่ก็ซื้อ เพราะมองดูที่สติกเกอ์แถมดีๆ...
 
 
 
 
น้องโตะเป็นพนักงาน HMV เลยเชียวนะคุณUndecided!?!?!?!!!!
 
 
สรุปเราซื้อเอาฮา? ช่างมันเหอะ...
 
แต่ก็คิดว่าตอนนั้นซื้อเอาฮาจริงๆ...แบบ ขำ...
 
ซื้อเสร็จก็ขำไม่ออก เดี๋ยววันไหนออกข้างนอกกินขนมปังลอว์สันอีกฉัน...(หัวเราะ)
 
 
แม้แต่น้ำผลไม้ ก็ยังทำออกมากะเขาด้วย
 
 
 
 
ขออภัยในความเบลอค่ะ ว่าจะถ่ายใหม่แต่หากล่องไม่เจอ สงสัยจะทิ้งไปแล้วตอนเก็บของกลับ แง TT
 
เอาเถอะ มีรูปก็ยังดี เอากลับมาคงไม่พ้นข้อหานำขยะเข้าประเทศ...
 
 
 
 
นอกจา