สวัสดีค่ะ :))
 
ขอเตือนซักนิดนะคะ
 
*เอนทรี่นี้ไม่ได้มีเจตนาสั่งสอนให้ความรู้อะไรกับใคร แต่เป็นเหมือนการแสดงความคิดเห็นค่ะ
 
นั่นหมายความว่า ผู้รู้จริง ผู้รู้บ้าง ผู้ไม่รู้และผู้อยากรู้ ทุกผู้สามารถแสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่ค่ะ
 
 
ตัวเราเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากมายถึงขั้นเชี่ยว ที่จะเล่าๆต่อไปนี้ ล้วนมาจากประสบการณ์ค่ะ
 
ไม่เคยให้อาจารย์ท่านไหนการันตี มาแต่ว่าช่างซักช่างถามไปเรื่อย ถามๆแล้วมาคิดต่อ
 
พอได้ฤกษ์คร่าวๆก็เลยลองมาสรุปดูค่ะ
 
ใครรู้แม่น ทราบจริง เห็นว่าตรงไหนพลาด สามารถร่วมด้วยช่วยแก้ได้นะคะ ^^
 
ขอบคุณค่ะ ♥
 
 
 
 
 
 
วันนี้จะมาว่าด้วยเรื่องชื่อค่ะ
 
สำหรับคนไทย ชื่อนี่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ใช่มั้ยคะ? ไม่เพียงแต่ชื่อคน จะชื่อสัตว์ พืช สิ่งของ
 
ทุกอย่างล้วน(แอบ)มีอิทธิพลต่อชีวิตของเรา
 
ยกตัวอย่างง่ายๆกับดอกไม่ดอกหนึ่ง...
 
ชื่อลั่นทมกับลีลาวดี
 
ทั้งที่เป็นดอกไม้ชนิดเดียวกัน แต่ reaction ของเราต่อมันนั้นต่างกันฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
 
 
ทีนี้ก็มาถึงจุดที่หลายๆคนที่ชอบอะไรๆญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น อาจจะเคยนึกสงสัย
 
เราเองก็เคย(และอาจจะยัง)เป็นค่ะ ว่า
 
คนญี่ปุ่นเขาตั้งชื่อกันอย่างไร??
 
วันนี้จะไม่มาขอสำแดงอำนาจบอกให้รู้(อย่างที่ได้เตือนไว้ข้างบนนะคะ)
 
แต่จะมาลองเล่าๆดูจากประสบการณ์ค่ะ
 
 
 
เริ่มแรกเลยคือ คนญี่ปุ่นนั้นมีความเชื่อที่ถือๆกันมาแบบคนไทยหรือเปล่า?
 
เช่นคนเกิดวันนู้นห้ามใช้อักษรนี้ เดี๋ยวจะซวยเข็นไม่ขึ้นทั้งชาติ บลาๆๆ
 
 
ในส่วนของคนทางนั้น สำคัญที่เขาถือคือบาลานซ์ค่ะ
 
เช่นว่า จำนวนอักษร ชื่อ-นามสกุล มันสมดุลย์กันดี อ่านออกเสียงสมดุลย์ไพเราะดี
 
แต่ในจุดนี้ คนยุคหลังๆก็ไม่ได้จริงจังมากมายอะไรขนาดนั้นแล้วค่ะ
 
อย่าง Host Mom ของเรานั้น ท่านไม่เชื่อเรื่องนี้เลยค่ะ
 
ด้วยเหตุผลว่า เกิดมานั่งหาสมดุลย์ชีวิตให้ลูกสาวด้วยชื่อ
 
พอเธอคนนั้นแต่งงานออกเรือนไป เปลี่ยนนามสกุล
 
...แบบนี้...ไม่เสียสมดุลย์หมดเหรอ???
 
ซึ่งในเรื่องนี้ก็นานาจิตตังนะคะ
 
หรือบางทีก็จะมีถือว่า คันจินั่นนู่นนี่ คงจะไม่เหมาะ
 
แก้ด้วยการใช้ฮิรางานะไปเลยละกันนะ...อะไรแบบนี้ค่ะ
 
 
 
คนไทยนั้น เวลาตั้งชื่อจริงมักเป็นภาษาบาลี-สันสกฤต
 
ออกเสียงเพราะๆ ความหมายดีๆ
 
ชื่อเล่นก็แล้วแต่ปรารถนา จะฝรั่งจ๋า ไทย แปลกพิสดาร
 
อะไรก็ได้ตามใจพ่อแม่
 
ส่วนคนญี่ปุ่นที่เราได้พบเจอมานั้น เราขอจัดเองตามใจว่าคงมีราวๆ 3 ประเภท
 
คือ ตั้งโดยยึดคันจิที่ชอบ  ตั้งโดยยึดเสียง และ ตั้งโดยยึดความหมาย ค่ะ
 
 
 
แบบแรกคือตามคันจิ...เช่นเพื่อนคนหนึ่งของเรา เธอมีชื่อคันจิตัวเดียวเก๋ๆเลยค่ะว่า มินามิ
 
แวบเเรก นึกถึง (มินามิ=ทิศใต้) ขึ้นมาทันที...
 
แต่ชื่อของเธอมีชั้นเชิงมากกว่านั้นค่ะ คือ เป็นตัว ของคำว่า 太陽 (ไท-โยว=พระอาทิตย์)
 
โดยการอ่านว่า มินามิ นั้น เป็นการอ่านแบบยากมากๆ
 
ยากชนิดที่อาจารย์ส่วนมากพบเธอครั้งแรกจะมีสับสน
 
เหตุที่เป็นตัวอักษรตัวนี้ เพราะว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชื่อคุณพ่อของเธอค่ะ
 
ฟังดูแล้วน่ารัก เก๋ แถวยังบอกชัดเจนว่าพ่อเป็นใคร (หัวเราะ)
 
เป็นชื่อที่เราคิดว่าน่ารักถูกใจมากเลยค่ะ
 
อีกรายชื่อมิจิกะค่ะ
 
เขียนด้วยตัว ตัวเดียว เขียนยากมากๆ
 
อันนี้...ก็เหมือนเป็นคันจิที่พ่อแม่ของเธอถูกใจ
 
เราเคยเจอคันจิตัวนี้ตอนสมัยเรียนโชโด(เขียนพู่กัน)ในหมวด 心 ก็เลยไปถามเจ้าตัวว่า คันจิตัวนี้นั้นแปลว่าอะไร...
 
 
 
 
มิจิกะ : เอ่อ...ก็....อ่านแบบทั่วๆไปว่าเคย์...
 
เรา: อื้ม แล้วความหมายล่ะ?
 
มิจิกะ : อืม...ก็...จริงๆก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ...
 
เรา : ฮะ...? เอ๋?
 
มิจิกะ : แต่ว่านะ!!! ความหมายดีแน่นอนจ้ะ!!!!!
 
 
             
 
.....จ้ะ....
 
 
 
แบบนี้ก็มีเยอะนะคะ ชื่อเป็นคันจิจีนยากๆที่ไม่ได้ใช้ประจำ รู้แค่ว่าความหมายบวกเป็นพอ!!!
 
 
 
 
 
ถัดมาคือ ใช้เสียงเข้าว่า
 
ก็เพื่อนของเราอีกเช่นเคยค่ะ
 
รายนี้ตอนเล็กๆเธออยู่อเมริกา ชื่อ เรโอน่า ชื่อออกต่างชาติแต่คันจิสามตัวของเธอไม่ง่ายซักตัวค่ะ
 
อีกชื่อที่เห็นซ้ำๆอยู่คือ ยูเรีย Host ก็เป็นคนบอกอีกค่ะ ว่าเป็นชื่อคาทอลิค
 
ทั้งนี้ รู้จักยูเรียอยู่ 2 คน คาทอลิคทั้งคู่
 
และรู้สึกว่าคันจิไม่ซ้ำกัน...สามตัวยาวๆนั่นแหละ
 
แปลกๆหน่อยที่รู้อีกก็มี ยูน่า,คาเร็น,จูลี่...เหมือนชื่อจูลี่จะฮิต เจอมาแล้ว 2-3 คนค่ะ 
 
 
ตอนนี้ยังคิดเพิ่มไม่ออกค่ะ (หัวเราะ) ไว้นึกออกอาจมีมาเล่าต่อ
 
 
 
 
 
ต่อมาคืออันที่เรา(คิด)ว่า คงนึกถึงความหมายเป็นหลัก
 
เช่นชื่อเพื่อนสาวอีกคน จัดในหมู่ที่ปัจจุบันไม่ค่อยฮิตมาก คือลงท้ายด้วย "โกะ(子)"
 
โดยคันจิตัวแรกในชื่อเธอนั้น คือ ความกว้างขวาง ใจกว้าง แล้วก็ปิดด้วยตัวโกะทันที
 
เธอคนนี้เล่าว่า คุณแม่นั้นอยากให้เธอเป็นเด็กใจกว้างค่ะ
 
แล้วเพื่อนคนนี้ก็น่ารัก ใจดี กว้างขวางสมชื่อจริงๆ♥♥♥
 
 
 
ค่ะ...ตอนนี้ที่นึกออกก็มีเท่านี้ค่ะ...การตั้งชื่อของคนญี่ปุ่น
 
ถ้าวกมาถึงเรื่องนารุโตะที่เราโปรดปรานนั้น นั่งดูๆไป...
 
อย่างพวกนินจากรุ๊ปไรคาเงะเงี้ย ชื่อเป็นคำพื้นๆ
 
ซามุย (寒い)- หนาว
 
อะซึอิ (暑い)- ร้อน
 
โอโมอิ (重い) - หนัก
 
คารุย (軽い) - เบา
 
ก็อย่างที่อาจารย์เคยบอกว่าเลือกคำง่ายๆในภาษาญี่ปุ่นมาเป็น Base
 
 
 
 
 
ขอทิ้งท้ายถึงเรื่อง การแปลงชื่อ ค่ะ
 
 
เป็นธรรมดาเนอะ ชอบญี่ปุ่น อยากไปญี่ปุ่น อยากพูดญี่ปุ่น อยากมีชื่อญี่ปุ่น...
 
สมัยก่อนถึงกับเคยเห็นรีเควสประมาณว่า "แปลชื่อจริงของฉันเป็นภาษาญี่ปุ่นที!!"
 
แหะๆ...ส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่จำเป็นนะคะ
 
ดูก็คงเห็นแล้วว่า พื้นฐานในการคิดชื่อนั้น มันต่างกันแทบจะสิ้นเชิง
 
เราไม่ได้เป็นญาติสนิททางวัฒนธรรมกับเขาขนาดนั้นค่ะ
 
อย่างชื่อของเราเอง...เอามาเป็นตัวอย่างนะคะ
 
มีความหมายว่า เกิดแต่บิดา....ทำนองเนี้ย...
 
ก็เคยมีคนบอกว่า ลองใช้เป็นตัว 瞳 (ฮิโตมิ) ดูมั้ย? แปลว่าดวงตา
 
แบบ...ชื่อเธอน่ะมันก็คล้ายๆกับเป็นแก้วตาดวงใจพ่อแม่นั่นแหละ
 
โหย...ฟังแบบไทยๆก็เท่นะ....ฮิโตมิ...
 
แต่ขืนไปอยู่โน่นมาใช้คันจิโดดๆตัวนี้...ไม่ไหวมั้ง?
 
หมวดร่างกายมาเชียว...แล้วอีกอย่างนะคะ
 
ชื่อบาลีที่พ่อแม่อุตส่าห์คิดให้เรานั้น มันสวยกว่านั้นเยอะค่ะ ถ้าเอาแบบคันจิตัวนี้
 
คนชื่อแก้วตา แก้วใจ แก้วก๊องแก๊งอะไรอีกเป็นโหลก็ชื่อซ้ำกับเราหมดพอดี
 
 
 
 
ภาษาไทยเพราะอยู่แล้ว สวยลงตัวอยู่แล้วในชื่อคุณๆ
 
ไม่เห็นต้องอยากได้อยากมีขนาดนั้นเลยนี่คะ :))
 
 
 
 
ถ้าอยากได้จริงๆ ลองดูกับชื่อเล่นของเราหน่อยเป็นไง?
 
เราเอง...ไปญี่ปุ่นมาปีนึง ได้ชื่อเล่นเป็นคันจิกลับมาค่ะ ฮิๆ
 
南夢
 
อื้ม...ชื่อไทยๆในแบบญี่ปุ่น
 
ส่วนตัวแล้ว ชอบมากเลยค่ะ
 
南 - ทิศใต้
 
夢 - ความฝัน
 
 
ใต้ฝัน...ก็ไม่เลว (หัวเราะ)
 
แล้วเพื่อนๆก็เรียกเราแบบนี้แหละค่ะ
 
南夢ちゃん!!(**จัง!!) <---เอิ่ม...เซ็นเซอร์ชื่อเพราะความเป็นส่วนตัวนะคะ
 
ชื่อเราไม่หยาบคายค่ะ (หัวเราะ)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ลองเดาเล่นๆสิคะ ว่าคันจิสองตัวนั้นอ่านได้ว่ายังไง :))
 
 
มีรางวัล...เอ๋? ไม่มี? เฮ้ยยยย
 
 
มีก็ได้นะคะ ถ้าอยาก (หัวเราะ)
 
 
 
 
ขอบคุณที่อุตส่าห์อ่านมาถึงตรงนี้ค่ะ 
 
 
ขอบคุณค่ะ♥
 
 
 
 
 
*************************************************************************
 
 
 
*แถมให้ฟัง*
 
คำว่าชื่อเล่นของคนญี่ปุ่นนั้น มันออกคล้ายๆฉายาบ้านเราค่ะ
 
คือเค้าตั้งออกมาจากชื่อจริง
 
เช่น นามสกุล นากาตะ เรียก นากาจัง เป็นต้น
 
ไม่เหมือนเราๆ ชื่อเล่นเป็นชื่อเล่น ชื่อจริงไม่เกี่ยวกัน
 
ดังนั้น ใครมีเพื่อนญี่ปุ่น อย่าลืมอธิบายชัดๆนะคะ
 
บอกไปเลยก็ได้ ว่าคนไทยมีสองชื่อ (หัวเราะ)
 
และถ้าไม่สนิทกันจริงๆๆๆๆ ไม่มีทางเรียกชื่อตัวค่ะ
 
 
สนิทแล้ว บางทีก็ไม่เรียก...
 
 
ต่างคน ต่างวัฒนธรรมนะคะ ^^
 
 
*************************************************************************
 
 
ท้ายที่สุด....ขอแอบประกาศข่าวค่ะ...
 
 
ปลูกบ้านหลังที่สองเรียบร้อยเป็นทางการแล้ว!
 
เชิญจึ๋งๆ ณ หัวใจดวงข้างๆ 
 
เป็นสถามที่...เอ่อ...พูดก็อายปาก
 
 
 
 
เป็นสถานที่ปล่อยเรื่องเขียนตามใจฉันค่ะ
 
อยากจะเรียกนิยาย แต่มันก็ยังไม่ใช่อ่ะนะ...
 
 
 
สามารถทดลองเปิดไปดูได้นะคะ
 
 
ขอบคุณค่ะ
 
*************************************************************************
 
 
 
ปล.สปอยล์นารุโตะนะคะ...
 
เกะกลับใจง่ายไปมั้ยลูก? ในหัวเนี่ยมีแต่อิจจิใช่มะ? แล้วคุณนังคารินคะ คุณง่ายไปมากเลยมั้ยคะ? ไอ้ที่เคยเป็นซึ้งเป็นสงสารนี่ขอคืนนะ...โอ๊ยยย ขัดใจ งี้ก็ไม่ต้องดูแล้วใช่มั้ยศึกโตะเกะ? เดี๋ยวก็รักกัน ดีกันในสนามรบ จบ ทุกคนกลับใจ โลกสวยจริงๆ...
 
 
เฮ้อ...
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เป็นความรู้ที่ดีมากๆ เลยคะ
ขอบคุณมากเลยนะคะ เป็นแบบนีนี่เอง >w<

#2 By カプセル on 2013-04-13 18:49

Hot! Hot! Hot! Hot!
ได้ความรู้เพิ่มเลยล่ะครับ..
จะว่าไป ชื่อนั้นก็สำคัญจริง ๆ ..
ใครที่ชื่อไพเราะเราก็จะจดจำได้ดีครับ..
..
เอ่อ..
ส่วนตัวคันจิสองตัวนั่น..sad smile
ความรู้ผมน้อยมาก..
มันอ่านว่าอะไรนะ..
ลองทายเล่น ๆ นะครับ..
นามิ!!!!!!!!
เอ่อ.. ความรู้เท่าหางอึ่ง.. ยอมแพ้คร้าบบบ555+sad smile